ข้ามไปยังบล็อกหลัก.
:::

แนะนำโครงการแรงงานกึ่งฝีมือ


เพื่อเสริมสร้างกำลังคนในภาคอุตสาหกรรม กระทรวงได้เริ่มดำเนินโครงการ "การรักษากำลังแรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือไว้ในระยะยาว" อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565 โครงการนี้บังคับใช้กับอุตสาหกรรมที่มีการจ้างแรงงานต่างชาติอยู่แล้ว ได้แก่ ภาคการผลิต, โรงฆ่าสัตว์, การก่อสร้าง, เกษตรกรรม และการบริบาลระยะยาว โดยนายจ้างสามารถยื่นขอเปลี่ยนประเภทแรงงานต่างชาติที่มีประสบการณ์การทำงานในไต้หวันตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป หรือนักศึกษาชาวจีนโพ้นทะเลและนักศึกษาต่างชาติที่สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญาขึ้นไปในไต้หวัน ให้เป็น "แรงงานฝีมือเทคนิคต่างชาติ" ได้ หากมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขเงินเดือนและเงื่อนไขทางเทคนิคที่กำหนด ทั้งนี้ แรงงานฝีมือเทคนิคต่างชาติจะไม่จำกัดจำนวนปีในการทำงานในไต้หวัน ได้รับการปรับขึ้นเงินเดือน ทักษะฝีมือมีความชำนาญยิ่งขึ้น และไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมความมั่นคงในการทำงาน (Employment Stabilization Fee) นอกจากนี้ ในอนาคตเมื่อทำงานครบอีก 5 ปี จะสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบการยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Residency) ได้


แรงงานฝีมือเทคนิคต่างชาติจะยังคงได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพแห่งชาติต่อไป และสำหรับแรงงานฝีมือเทคนิคต่างชาติในอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายมาตรฐานแรงงาน เมื่อเกษียณอายุในไต้หวันในอนาคตก็จะสามารถใช้ระบบบำเหน็จบำนาญแรงงานแบบเก่าได้เช่นกัน หลังจากนายจ้างยื่นขอเปลี่ยนประเภทแรงงานต่างชาติเป็นแรงงานฝีมือเทคนิคต่างชาติแล้ว จะสามารถรักษากำลังคนที่มีทักษะความชำนาญตามความต้องการขององค์กรไว้ได้ โดยโควตาแรงงานต่างชาติเดิมของแรงงานที่เปลี่ยนประเภทไปแล้วนั้น นายจ้างสามารถยื่นขอรับสมัครแรงงานต่างชาติคนใหม่เข้ามาทดแทนได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังแรงงานต่างชาติโดยรวมของนายจ้าง และช่วยบรรเทาความต้องการด้านบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ


โครงการพัฒนาศักยภาพแรงงานฝีมือเทคนิคข้ามชาติ


เพื่อเสริมสร้างการรักษากำลังคนและการสรรหาแรงงานฝีมือเทคนิคต่างชาติที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการให้ดียิ่งขึ้น กระทรวงจึงได้ผลักดัน "โครงการพัฒนาศักยภาพแรงงานฝีมือเทคนิคข้ามชาติ" ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569 โดยครอบคลุม 3 มาตรการหลัก ได้แก่ "การผ่อนปรนเพดานการรักษากำลังคนของแรงงานฝีมือเทคนิคต่างชาติ", "การนำเข้าแรงงานฝีมือเทคนิคต่างชาติตามความต้องการของธุรกิจโรงแรมและที่พัก รวมถึงธุรกิจการขนถ่ายและคลังสินค้าในท่าเรือพาณิชย์" และ "การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของภาครัฐ"


1. การผ่อนปรนเพดานการรักษากำลังคนของแรงงานฝีมือเทคนิคต่างชาติ: เปิดโอกาสให้แรงงานต่างชาติที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเปลี่ยนประเภทเป็นแรงงานฝีมือเทคนิคต่างชาติ โดยนายจ้างสามารถยื่นขอจ้างต่อได้ทั้งหมด ซึ่งได้ผ่อนปรนสัดส่วนการจัดสรรจาก 25% เป็น 100%


2. การนำเข้าแรงงานฝีมือเทคนิคต่างชาติจากต่างประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเฉพาะ: เปิดโอกาสให้นายจ้างในธุรกิจโรงแรมและที่พัก รวมถึงธุรกิจท่าเรือพาณิชย์และคลังสินค้า สามารถนำเข้าและว่าจ้างแรงงานฝีมือเทคนิคต่างชาติจากต่างประเทศที่มีคุณวุฒิการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน ทักษะทางภาษา และความสามารถทางเทคนิคเฉพาะด้านเพื่อมาทำงานในไต้หวันได้ โดยนายจ้างต้องปรับขึ้นเงินเดือนให้แก่แรงงานท้องถิ่น (ชาวไต้หวัน) จำนวน 2,000 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (NT$)


3. การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของภาครัฐ: จัดตั้งศูนย์ประสานงานในต่างประเทศเพื่อดำเนินการรับสมัครแรงงานฝีมือเทคนิคต่างชาติ การทดสอบฝีมือแรงงาน และการอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าเมือง ตลอดจนร่วมมือกับรัฐบาลของประเทศต้นทางในการผลักดันการจ้างงานโดยตรง (Direct Hiring) และความร่วมมือด้านการฝึกอบรมทักษะฝีมือแรงงาน


ข่าวประชาสัมพันธ์: https://www.wda.gov.tw/News_Content.aspx?n=7F220D7E656BE749&sms=E9F640ECE968A7E1&s=B55C7B2F38FFE80D

~
~

หัวข้อ :

คำตอบ:
เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนผู้มีความสามารถทางอุตสาหกรรมในประเทศ ในขณะเดียวกัน การรักษาแรงงานข้ามชาติที่มีทักษะซึ่งเคยทำงานในประเทศของเรามาเป็นระยะเวลาหนึ่งและปลูกฝังนักศึกษาชาวต่างชาติที่สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญาหรือสูงกว่าผ่านสถาบันการปกครองลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ปี 2565 เพื่ออนุมัติ “แผนการรักษาแรงงานข้ามชาติผู้มีความสามารถและทักษาทางเทคนิคในระดับอุดมศึกษา (เรียกสั้นๆ ว่าแผนการรักษาแรงงานข้ามชาติผู้มีความสามารถไว้เป็นเวลานาน) ภายใต้เงื่อนไขว่าจะไม่กระทบต่อสิทธิการจ้างงานและค่าจ้างของคนในประเทศได้กำหนดไว้ในวรรค 11 ข้อ 1 มาตรา 46 ของกฎหมายบริการจัดหางาน: “งานอื่นๆ เนื่องจากขาดลักษณะงานพิเศษในประเทศสำหรับผู้มีความสามารถดังกล่าว มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจ้างคนต่างชาติมาทำธุรกิจ และหากได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่มีอำนาจกลางแล้ว ให้นายจ้างขอจ้างแรงงานข้ามชาติที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและชาวจีนโพ้นทะเลเพื่อทำงานด้านเทคนิคระดับกลาง
 

  • วันที่ประกาศ :2022/07/05
  • วันที่อัพเดท :2023/03/25

หัวข้อ :

คำตอบ : ชาวต่างชาติที่มีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ นายจ้างสามารถว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ :
1. แรงงานต่างชาติที่นายจ้างว่าจ้างตามกฎหมายการจ้างงาน มาตรา 46 วรรค 1 ข้อที่ 8-10 และทำงานในไต้หวันต่อเนื่องครบ 6 ปีขึ้นไป หรือทำงานกับนายจ้างรายเดียวกันอายุงานสะสมครบ 6 ปีขึ้นไป
2. แรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในไต้หวัน หากเคยทำงานครบ 6 ปี เดินทางกลับประเทศแล้วกลับเข้ามาทำงานในไต้หวันต่อ อายุงานสะสมครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไป 
3. แรงงานต่างชาติที่ทำงานสะสมครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไป และเดินทางกลับประเทศแล้ว
4. นักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาในไต้หวัน ระดับอนุปริญญาขึ้นไป

  • วันที่ประกาศ :2022/07/05
  • วันที่อัพเดท :2024/03/25

หัวข้อ :

คำตอบ: ได้! 
1. แรงงานต่างชาติที่เดินทางกลับประเทศไปแล้ว หากเดินทางกลับมาทำงานในไต้หวันต่อเนื่องกันครบ 6 ปี หรือทำงานกับนายจ้างรายเดียวกันอายุงานสะสมครบ 6 ปีขึ้นไป หรือทำงานในไต้หวันรวมสะสมครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไป นายจ้างสามารถว่าจ้างเป็นแรงงานต่างชาติได้
2. ส่วนแรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไปและเดินทางกลับประเทศแล้ว จำกัดนายจ้างเดิมสามารถยื่นขอว่าจ้างให้เดินทางกลับมาทำงานในฐานะแรงงานกึ่งฝีมือได้ แต่หากเป็นญาติลำดับที่ 3 ของนายจ้างหรือผู้ถูกดูแล และผู้ถูกดูแลที่ไม่มีญาติอยู่ในไต้หวันเป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับคุณสมบัตินายจ้างที่มีสิทธิ์ว่าจ้างแรงงานต่างชาติตามระเบียบว่าด้วยการอนุญาตว่าจ้างและการบริหารแรงงานต่างชาติมาตราที่ 43 ข้อที่ 5 ก็มีสิทธิ์ว่าจ้างได้เช่นกัน

  • วันที่ประกาศ :2022/07/05
  • วันที่อัพเดท :2024/03/25

หัวข้อ :

คำตอบ: 
ปัจจุบัน กิจการที่อนุญาตให้ว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ได้แก่ ลูกเรือประมงทะเล ภาคการผลิต โรงฆ่าและชำแหละเนื้อสัตว์ การก่อสร้าง (รวมงานก่อสร้างโครงการเมกะโปรเจกต์ภาครัฐและเอกชนและโครงการก่อสร้างทั่วไป) จ้างเหมาบริการภาคการเกษตร การเกษตร (รวมการเกษตรและอาหาร ป่าไม้ ปศุสัตว์และการเพาะเลี้ยงปลา) ผู้อนุบาลในองค์กร ผู้อนุบาลในครัวเรือน ฯลฯ

  • วันที่ประกาศ :2022/07/05
  • วันที่อัพเดท :2023/11/28

หัวข้อ :

คำตอบ : กระทรวงแรงงานมีการแก้กฎหมายเมื่อ 15 ต.ค. 66 อนุญาตให้เพิ่มการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือสำหรับงานก่อสร้างทั่วไป ป่าไม้ ปศุสัตว์และการเพาะเลี้ยงปลา ในอนาคตหากมีกิจการภาคการผลิตที่มีความจำเป็น เมื่อผ่านการรับรองจากหน่วยงานผู้ทรงอำนาจส่วนกลางและได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงานแล้ว จะมีการทบทวนเปิดให้ว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือเพิ่มขึ้น

  • วันที่ประกาศ :2022/07/05
  • วันที่อัพเดท :2023/11/28

หัวข้อ :

คำตอบ : 
1. ในระหว่างทำงานอยู่ในไต้หวัน หากแรงงานต่างชาติลากลับไปพักร้อนหรือเยี่ยมครอบครัว หรือได้รับผลจากสถานการณ์โควิด-19 หรือเหตุผลอื่น เป็นเหตุให้ติดค้างอยู่ต่างประเทศ หลังปัญหาหมดสิ้นลง ได้เดินทางกลับมาทำงานในไต้หวันต่อ หรือตามกฎหมายการจ้างงานมาตรา 59 วรรค 1 ได้รับอนุญาตให้ย้ายนายจ้างใหม่ได้ ระหว่างรอการโอนย้าย สามารถนับรวมกับอายุงานก่อนหน้านี้ ถือเป็นการทำงานต่อเนื่อง ใช้เป็นเงื่อนไขในการยื่นขอเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้
2. กรณีที่แรงงานต่างชาติทำงานกับนายจ้างรายเดียวกัน อายุงานสะสมเกิน 6 ปี ก็มีสิทธิ์ได้รับการว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี

  • วันที่ประกาศ :2023/03/25
  • วันที่อัพเดท :2024/03/25

หัวข้อ :

คำตอบ: 
ไม่จำกัดจำนวนปี ตามมาตรา 52 แห่งกฎหมายบริการจัดหางาน นายจ้างจ้างแรงงานต่างชาติด้านเทคนิคระดับกลางสูงสุดครั้งละ 3 ปี เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้ว นายจ้างมีสิทธิ์สมัครใหม่ได้และไม่จำกัดจำนวนแรงงานต่างชาติทั้งหมดเกี่ยวกับจำนวนปีทั้งหมดที่ทำงานในไต้หวัน

  • วันที่ประกาศ :2022/07/05
  • วันที่อัพเดท :2023/03/17

หัวข้อ :

คำตอบ: 
ตามมาตรา 53 และ 59 ของกฎหมายบริการจัดหางาน บุคลากรด้านเทคนิคระดับกลางต่างประเทศในระหว่างระยะเวลาที่ใบอนุญาตยังมีผล บุคลากรด้านเทคนิคระดับกลางต่างชาติอาจเปลี่ยนนายจ้างหรืองานได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุผลที่ไม่ได้มาจากชาวต่างชาติ ขั้นตอนการสมัครเปลี่ยนนายจ้างสำหรับบุคลากรด้านเทคนิคระดับกลางนั้นเหมือนกับขั้นตอนการเปลี่ยนนายจ้างสำหรับแรงงานต่างชาติในปัจจุบัน 

  • วันที่ประกาศ :2022/07/05
  • วันที่อัพเดท :2023/03/31